
ไดร์เป่าผมวันนี้แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ไดร์แบบดั้งเดิม ที่ใช้ความร้อนสูงเป่าให้แห้ง และ ไดร์มอเตอร์ความเร็วสูง ที่ใช้ลมแรงด้วยความร้อนต่ำกว่า บทความนี้เทียบ 8 รุ่นขายดีจากทั้งสองกลุ่ม พร้อมสเปกที่ตรวจจากผู้ผลิต
สรุปสั้น เลือกรุ่นไหนดี
มอเตอร์ 110,000 รอบ/นาที แรงลม 65 m/s หนัก 330 กรัม ในราคาไม่ถึง 2 พัน
ราว ฿1,879ดูรายละเอียด
2000W มี Ionity และโหมดถนอมผม ปรับความร้อนกับแรงลมแยกกันได้
ราว ฿1,390ดูรายละเอียด
1800W ปรับ 6 ระดับ มี Cool Shot หนักเพียง 280 กรัม
ราว ฿690ดูรายละเอียด
เซ็นเซอร์ปรับความร้อนตามระยะหนังศีรษะ มีหัวเป่า 5 แบบ
ราว ฿18,900ดูรายละเอียด
ตารางเทียบไดร์เป่าผม 8 รุ่น
| รุ่น | กำลังไฟ | มอเตอร์/แรงลม | ไอออน | น้ำหนัก | ราคาราว |
|---|---|---|---|---|---|
| Dreame Hair Glory | 1600W | 110,000 rpm / 70 m/s | 300 ล้าน/cm³ | 345 ก. | ฿2,869 |
| Dreame Hair Gleam | 1600W | 110,000 rpm / 65 m/s | 200 ล้าน | 330 ก. | ฿1,879 |
| Panasonic EH-NE66 | 2000W | มอเตอร์ทั่วไป | Ionity | – | ฿1,390 |
| Panasonic EH-ND37 | 1800W | มอเตอร์ทั่วไป | – | 325 ก. | ฿690 |
| Philips BHD350 | 2100W | มอเตอร์ทั่วไป | 20 ล้าน | 600 ก. | ฿1,310 |
| Xiaomi H101 | 1600W | 15 m/s | 50 ล้าน | 300 ก. | ฿849 |
| Dyson Supersonic Nural | 1600W | Hyperdymium / 13.3 ลิตร/วินาที | – | 660 ก. | ฿18,900 |
| Lesasha Maxi Air | 1800W | มอเตอร์ทั่วไป | – | 280 ก. | ฿690 |
1. Dreame Hair Glory ไดร์ความเร็วสูง ไอออนลบ 300 ล้าน

- กำลังไฟ1600W
- มอเตอร์110,000 รอบ/นาที
- แรงลม70 m/s
- โหมดความร้อน4 โหมด รวมความร้อนคงที่ 57°C
- แรงลม2 ระดับ
- น้ำหนัก345 กรัม
รุ่นที่ขายดีที่สุดของ Dreame ในไทย ใช้มอเตอร์ความเร็วสูง 110,000 รอบต่อนาที ให้แรงลมถึง 70 m/s มีโหมดความร้อนคงที่ 57°C ช่วยลดความร้อนที่ผมได้รับ และโหมดสลับร้อน-เย็น ผู้ผลิตเคลมไอออนลบ 300 ล้านต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
- ลมแรงมาก ผมแห้งเร็ว
- มีโหมดความร้อนคงที่ 57°C
- เบา ถือนานไม่เมื่อย
- มีหัวเป่าแถมแค่ 1 หัว
- ราคาสูงกว่ารุ่น Gleam ราว 1,000 บาท
เหมาะกับ คนผมยาวหรือผมหนาที่เป่านาน และอยากลดความร้อนที่ผมได้รับ
2. Dreame Hair Gleam ไดร์ไฮสปีดในราคาไม่ถึง 2 พัน

- กำลังไฟ1600W
- มอเตอร์110,000 รอบ/นาที
- แรงลมสูงสุด65 m/s
- ปริมาณลม55 m³/ชม.
- โหมดลมเย็น / ร้อน / คงที่ 57°C / สลับ
- น้ำหนัก330 กรัม
ใช้มอเตอร์ความเร็วเท่ารุ่น Glory แต่แรงลมสูงสุดต่ำกว่าเล็กน้อย (65 m/s) และไอออนลบ 200 ล้าน แลกกับราคาที่ถูกกว่าเกือบพัน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากลองไดร์ไฮสปีดครั้งแรก
- ไดร์ไฮสปีดในงบไม่ถึง 2 พัน
- มีโหมดความร้อนคงที่
- น้ำหนักเบา
- หัวเป่ามีแค่ 1 หัว
- ไม่พบข้อมูลระยะประกันในไทย
เหมาะกับ คนที่อยากได้ไดร์ไฮสปีดในงบจำกัด
3. Panasonic EH-NE66 ไดร์ 2000W ระบบ Ionity พับได้

- กำลังไฟ2000W
- ความร้อน3 ระดับ
- แรงลม2 ระดับ
- Cool Shotมี
- ไอออนIonity
- พับได้ได้
ไดร์แบบดั้งเดิมที่ฟังก์ชันครบ ปรับความร้อน 3 ระดับและแรงลม 2 ระดับแยกกันได้ มีระบบ Ionity กับโหมด Heat Protection ช่วยไม่ให้ความร้อนสูงเกิน พับด้ามเก็บได้ มีหัวรวมลมสำหรับจัดทรง
- ปรับความร้อนกับแรงลมแยกกัน
- มีโหมดถนอมผม
- พับเก็บได้
- หนักกว่าไดร์ไฮสปีด
- น้ำหนักเครื่องแต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกัน
เหมาะกับ คนที่อยากได้ไดร์แบรนด์ญี่ปุ่นฟังก์ชันครบในงบพันกลาง ๆ
4. Panasonic EH-ND37 ไดร์ 1800W ขนาดเล็ก พับได้

- กำลังไฟ1800W
- Cool Shotมี
- โหมดดูแลหนังศีรษะ / ถนอมผม
- น้ำหนัก325 กรัม (ไม่รวมหัวเป่าและสาย)
- พับได้ได้
รุ่นเล็กของ Panasonic ที่ขายดีมาก น้ำหนักเบา พับได้ เหมาะใส่กระเป๋าเดินทาง มีปุ่มลมเย็นและโหมดดูแลหนังศีรษะ ราคาไม่ถึงพันแต่ได้แบรนด์ที่มีศูนย์บริการในไทย
- ราคาไม่ถึงพัน
- เบาและพับได้
- มีโหมดดูแลหนังศีรษะ
- ไม่มีระบบไอออน
- ผู้ผลิตไม่ระบุจำนวนระดับความร้อน
เหมาะกับ คนที่เดินทางบ่อย หรือผมสั้นถึงประบ่า
5. Philips BHD350 ไดร์ 2100W พลังไอออนิค หัว ThermoProtect

- กำลังไฟ2100W
- ระดับ6 ระดับ (ความร้อน+ลม)
- Cool Shotมี
- หัวเป่าThermoProtect 57°C + หัวรวมลม
- สายไฟ1.8 เมตร
- รับประกัน2 ปี
กำลังไฟสูงที่สุดในกลุ่มไดร์ดั้งเดิมของรายการนี้ ผมแห้งเร็ว มีหัว ThermoProtect ที่ช่วยคุมความร้อนลมไว้ราว 57°C เวลาต้องการถนอมผม และปล่อยไอออนช่วยลดผมชี้ฟู รับประกัน 2 ปี
- ลมร้อนแรง เป่าเร็ว
- มีหัวคุมความร้อน
- รับประกัน 2 ปี
- หนักกว่ารุ่นอื่น ราว 600 กรัม
- ไม่ได้ระบุว่าพับได้
เหมาะกับ คนผมหนาที่ชอบไดร์ลมร้อนแรงและอยากมีหัวถนอมผมในตัว
6. Xiaomi Compact Hair Dryer H101 ไดร์พับได้ น้ำหนัก 300 กรัม

- กำลังไฟ1600W
- แรงลม15 m/s
- อุณหภูมิร้อน ~70°C / เย็น ~35°C
- แรงลม2 ระดับ
- น้ำหนัก300 กรัม
- พับได้ได้ สายไฟ 1.7 ม.
ไดร์ขนาดพกพาจากร้าน Xiaomi ทางการ น้ำหนัก 300 กรัม พับได้ ลมร้อนประมาณ 70°C ไม่ร้อนจัด มีไอออนลบ 50 ล้าน เหมาะเป็นไดร์ติดกระเป๋าหรือใช้ในหอพัก
- เบาที่สุดกลุ่มหนึ่ง
- พับได้
- ลมไม่ร้อนจัด
- แรงลมไม่สูง ผมยาวหนาจะเป่านาน
- ปรับได้แค่ 2 โหมด
เหมาะกับ คนผมสั้น นักศึกษา หรือใช้เป็นไดร์สำรองตอนเดินทาง
7. Dyson Supersonic Nural ไดร์พรีเมียมที่มีเซ็นเซอร์หนังศีรษะ

- กำลังไฟ1600W
- ปริมาณลม13.3 ลิตร/วินาที
- ความร้อน4 ระดับ
- แรงลม3 ระดับ
- เซ็นเซอร์วัดระยะหนังศีรษะ / จำหัวเป่า / ตัดความร้อนเมื่อวาง
- หัวเป่า5 แบบ + กล่องเก็บ
จุดต่างของรุ่น Nural คือเซ็นเซอร์ที่วัดระยะห่างจากหนังศีรษะแล้วลดความร้อนให้เอง จำหัวเป่าที่ใส่และค่าที่ชอบได้ และตัดความร้อนเมื่อวางเครื่องลง ในไทยมาพร้อมหัวเป่า 5 แบบสำหรับผมตรง ผมลอน และผมชี้ฟู
- เซ็นเซอร์ปรับความร้อนอัตโนมัติ
- หัวเป่าครบ 5 แบบ
- งานประกอบพรีเมียม
- ราคาสูงที่สุดในรายการหลายเท่า
- พับไม่ได้
เหมาะกับ คนที่ทำผมทุกวันและอยากได้เครื่องที่ช่วยปกป้องหนังศีรษะเป็นพิเศษ
8. Lesasha Maxi Air LS0663 ไดร์ 1800W ราคาไม่ถึง 700

- กำลังไฟ1800W
- ระดับ6 ระดับ (ความร้อน+ลม)
- Cool Shotมี
- หัวเป่าหัวแบน 1 หัว
- น้ำหนัก280 กรัม
- รับประกัน1 ปี
ไดร์ขายดีอันดับต้นของ Lazada ในกลุ่มราคาหลักร้อย 1800W ปรับได้ 6 ระดับ มีปุ่มลมเย็น และเบาเพียง 280 กรัม แบรนด์ไทยที่ขายใน Watsons และ HomePro รับประกัน 1 ปี
- ราคาประหยัด
- ปรับได้ถึง 6 ระดับ
- เบามาก
- ไม่มีระบบไอออน
- ไม่มีโหมดคุมอุณหภูมิ
เหมาะกับ คนที่ต้องการไดร์ใช้ประจำวันในงบไม่เกิน 700
วิธีเลือกไดร์เป่าผม
- วัตต์ไม่ใช่ทุกอย่าง ไดร์ดั้งเดิม 1800–2100W ใช้ความร้อนเป่าให้แห้ง ส่วนไดร์ไฮสปีดใช้แค่ 1600W แต่แห้งเร็วเพราะลมแรง ให้ดูแรงลม (m/s) หรือปริมาณลมประกอบ
- มอเตอร์ความเร็วสูง 100,000–110,000 รอบ/นาที ให้ลมแรงด้วยความร้อนต่ำกว่า เครื่องเบา แต่ราคาสูงกว่า
- คุมอุณหภูมิได้ มองหาโหมดความร้อนคงที่ราว 55–57°C หรือเซ็นเซอร์ความร้อน ช่วยลดผมเสียจากความร้อน
- ไอออนลบ ช่วยลดไฟฟ้าสถิตและผมชี้ฟูตามที่ผู้ผลิตเคลม แต่ตัวเลขไอออนแต่ละยี่ห้อวัดคนละวิธี เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
- น้ำหนักและการพับ ถ้าพกเดินทาง รุ่นพับได้ หนักราว 300 กรัมสะดวกกว่า และควรดูว่าน้ำหนักที่บอกรวมหัวเป่าและสายไฟหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดีที่สุด
ถ้างบ 2 พัน Dreame Hair Gleam ให้ประสบการณ์ไดร์ไฮสปีดคุ้มที่สุด ถ้าชอบไดร์ดั้งเดิม Panasonic EH-NE66 ฟังก์ชันครบ ส่วนงบไม่เกิน 700 เลือก Lesasha Maxi Air หรือ Panasonic EH-ND37
ไดร์ไฮสปีดดีกว่าไดร์ธรรมดาไหม
ไดร์ไฮสปีดใช้ลมแรงแทนความร้อน ทำให้ผมแห้งเร็วโดยความร้อนต่ำกว่าและเครื่องเบากว่า แต่ราคาสูงกว่า ถ้าผมสั้นหรือเป่าไม่นาน ไดร์ธรรมดาก็เพียงพอ
ไดร์เป่าผมกี่วัตต์ดี
ไดร์ดั้งเดิมประมาณ 1800–2100W เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนไดร์ไฮสปีดราว 1600W ก็แห้งเร็วเพราะแรงลมสูง
ไอออนลบช่วยอะไร
ผู้ผลิตเคลมว่าช่วยลดไฟฟ้าสถิตและผมชี้ฟู ทำให้ผมดูเรียบขึ้น แต่ไม่ได้ซ่อมผมที่เสียแล้ว
วิธีคัดเลือก: เราเลือกรุ่นจากยอดขายและจำนวนรีวิวบน Lazada แล้วเทียบสเปกจากเว็บไซต์ผู้ผลิตและร้านค้าปลีก ไม่ได้รับสินค้าจากแบรนด์มาทดสอบ ราคาเป็นราคาอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต ปุ่ม Shopee จะพาไปหน้าค้นหารุ่นนั้นเพื่อเทียบราคาจากหลายร้าน
ลิงก์ซื้อสินค้าในบทความเป็นลิงก์ Affiliate ถ้าซื้อผ่านลิงก์ คุ้มดีอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากร้านค้า โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยน