
ตัวเลขที่บอกว่าเครื่องฟอกอากาศเอาอยู่หรือไม่ คือ ค่า CADR ที่ต้องพอกับปริมาตรห้อง ไม่ใช่แค่ “ขนาดห้องที่แนะนำ” บนกล่อง เพราะแต่ละแบรนด์คิดตัวเลขห้องจากสมมติฐานต่างกัน รุ่นหนึ่งอาจเขียนว่าใช้ได้ 44 ตร.ม. แต่ถ้าต้องการลดฝุ่น PM2.5 ช่วงหน้าหนาวให้ทันจริง ๆ จะเหมาะกับห้องเล็กกว่านั้นมาก เรื่องที่ควรดูรองลงมาคือ เกรดของแผ่นกรอง HEPA เสียงตอนเปิดทั้งคืน และราคาไส้กรองที่ต้องเปลี่ยนทุกปี บทความนี้เทียบ 6 รุ่นจากแบรนด์ที่มีร้านทางการหรือร้านค้าปลีกใหญ่บน Lazada ได้แก่ Philips สองรุ่น Xiaomi, Hitachi, Dyson และ Kashiwa รุ่นราคาประหยัด โดยใช้สเปกจากหน้าสินค้า เว็บผู้ผลิต และร้านค้าปลีก เราไม่ได้ทดสอบเครื่องเอง ตัวเลขทั้งหมดจึงเป็นค่าที่ผู้ผลิตหรือร้านค้าระบุ
สรุปสั้น เลือกรุ่นไหนดี
CADR 250 ลบ.ม./ชม. ในราคาราวสี่พัน ขายดีที่สุดในกลุ่มนี้ โหมดนอนเงียบ 20.5 dB ตามที่ผู้ผลิตระบุ
ราว ฿4009ดูรายละเอียด
CADR 402 ลบ.ม./ชม. แผ่นกรอง HEPA H13 คู่กับคาร์บอน สั่งงานผ่านแอปได้
ราว ฿3790ดูรายละเอียด
ราคาราวหนึ่งพัน เหมาะกับห้องนอนเล็กหรือห้องทำงาน แต่แผ่นกรองเป็นเกรด H10
ราว ฿1089ดูรายละเอียด
ฟอกอากาศและเป่าลมเย็นได้ในเครื่องเดียว เหมาะกับคนที่มีงบสูง
ราว ฿13410ดูรายละเอียด
ตารางเทียบเครื่องฟอกอากาศ 6 รุ่น
| รุ่น | CADR ฝุ่น | ห้องที่ผู้ผลิตระบุ | แผ่นกรอง | เสียงโหมดนอน | ราคาราว |
|---|---|---|---|---|---|
| Philips AC0920/10 | 250 ลบ.ม./ชม. | ไม่เกิน 65 ตร.ม. | HEPA NanoProtect 2 ชั้น | 20.5 dB | ฿4,009 |
| Philips AC0650/10 | 170 ลบ.ม./ชม. | ไม่เกิน 44 ตร.ม. | HEPA NanoProtect 2 ชั้น | – | ฿3,039 |
| Xiaomi Smart Air Purifier 6 | 420–443 ลบ.ม./ชม. | ไม่เกิน 50 ตร.ม. | หลายชั้น + คาร์บอน (ไม่ระบุเกรด) | – | ฿4,490 |
| Hitachi EP-TZ50WO | 402 ลบ.ม./ชม. | 48 ตร.ม. | HEPA H13 + คาร์บอน | 35 dB(A) | ฿3,790 |
| Dyson Pure Cool TP00 | ไม่ระบุ | – | HEPA ซีลรอบตัว + คาร์บอน | – | ฿13,410 |
| Kashiwa IM-001 | 130 ลบ.ม./ชม. | 30 ตร.ม. | 3 ชั้น เกรด H10 | – | ฿1,089 |
1. Philips AC0920/10 เครื่องฟอกอากาศ CADR 250 สำหรับห้องนอนและคอนโด

- CADR250 ลบ.ม./ชม.
- ขนาดห้องที่ผู้ผลิตระบุไม่เกิน 65 ตร.ม.
- แผ่นกรองHEPA เทคโนโลยี NanoProtect กรอง 2 ชั้น ผู้ผลิตระบุว่ากรองอนุภาคเล็กถึง 0.003 ไมครอน
- เซ็นเซอร์Smart AeraSense ปรับการทำงานตามคุณภาพอากาศ
- โหมดนอน20.5 dB
- อายุไส้กรองราว 1 ปี ตามหน้าสินค้า
- ร้านในลิงก์Philips Home Appliances (ร้านทางการ)
AC0920 เป็นรุ่นที่ขายได้มากที่สุดในกลุ่มที่เราเทียบ และเป็นรุ่นที่ตัวเลขลงตัวกับห้องนอนทั่วไปในไทย ค่า CADR 250 ลบ.ม./ชม. หมายความว่าถ้าห้องกว้างราว 18–20 ตร.ม. เพดานสูงประมาณ 2.6 เมตร เครื่องจะหมุนเวียนอากาศได้ราว 5 รอบต่อชั่วโมงที่ความแรงสูงสุด ซึ่งพอสำหรับช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ส่วนตัวเลข 65 ตร.ม. บนกล่องเป็นการคิดแบบเปิดเครื่องให้อากาศสะอาดขึ้นช้า ๆ ไม่ใช่ห้องที่ควรใช้เมื่อฝุ่นหนัก จุดที่ชอบคือมีเซ็นเซอร์ปรับแรงลมเอง จึงเปิดทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องคอยกด และโหมดนอนที่ผู้ผลิตระบุว่าเงียบ 20.5 dB ซื้อจากร้านทางการของ Philips จึงเช็กการรับประกันได้ง่าย
- CADR สูงเมื่อเทียบกับราคา
- มีเซ็นเซอร์ปรับแรงลมอัตโนมัติ
- ขายผ่านร้านทางการของ Philips
- หน้าสินค้าไม่ได้ระบุว่าสั่งงานผ่านแอปได้
- ขนาดห้อง 65 ตร.ม. บนกล่องสูงเกินกว่าที่จะใช้ได้ดีช่วงฝุ่นหนัก
เหมาะกับ ห้องนอนหรือคอนโดขนาด 15–20 ตร.ม. ที่อยากได้เครื่องคุ้มราคา
2. Philips AC0650/10 เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก CADR 170 ต่อแอปได้

- CADR170 ลบ.ม./ชม.
- ขนาดห้องที่ผู้ผลิตระบุไม่เกิน 44 ตร.ม.
- แผ่นกรองHEPA เทคโนโลยี NanoProtect กรอง 2 ชั้น
- กำลังไฟสูงสุด12 วัตต์
- โหมดปานกลาง เทอร์โบ นอนหลับ
- การเชื่อมต่อแอป Air+
- ร้านในลิงก์Philips Home Appliances (ร้านทางการ)
AC0650 เป็นรุ่นเล็กที่ราคาต่ำกว่า AC0920 ราวหนึ่งพันบาท ใช้แผ่นกรองเทคโนโลยีเดียวกัน แต่ CADR อยู่ที่ 170 ลบ.ม./ชม. ถ้าคิดแบบเดียวกับข้างบน จะเหมาะกับห้องประมาณ 12–13 ตร.ม. ในช่วงที่ฝุ่นสูง เช่น ห้องนอนเด็ก ห้องทำงาน หรือห้องในคอนโดแบบสตูดิโอขนาดเล็ก ข้อดีที่รุ่นนี้มีแต่ AC0920 ไม่มีคือเชื่อมต่อแอป Air+ ได้ จึงดูค่าฝุ่นและเปิดปิดจากมือถือ ใช้ไฟสูงสุดแค่ 12 วัตต์ เปิดทั้งวันก็ไม่เปลืองไฟ ถ้าห้องใหญ่กว่า 15 ตร.ม. แนะนำให้ขยับไปรุ่นที่ CADR สูงกว่า เพราะส่วนต่างราคาไม่มาก
- ราคาเริ่มต้นของ Philips
- ต่อแอป Air+ ได้
- กินไฟสูงสุดเพียง 12 วัตต์
- CADR 170 เหมาะกับห้องเล็กเท่านั้น
- ตัวเลขห้อง 44 ตร.ม. ทำให้หลายคนซื้อไปใช้ห้องที่ใหญ่เกิน
เหมาะกับ ห้องนอนเด็กหรือห้องทำงานขนาดไม่เกิน 12–13 ตร.ม.
3. Xiaomi Smart Air Purifier 6 เครื่องฟอกอากาศ CADR สูง มีจอสีและ UVC

- CADR420–443 ลบ.ม./ชม. (ร้านค้าปลีกในยุโรประบุสองค่า)
- ขนาดห้องไม่เกิน 50 ตร.ม.
- แผ่นกรองหลายชั้น มีคาร์บอนกัมมันต์ ร้านที่เราตรวจไม่ได้ระบุเกรด HEPA
- เซ็นเซอร์5 ตัว ตามหน้าสินค้า
- ฟีเจอร์อื่นฆ่าเชื้อด้วย UVC จอ LCD สี สั่งงานผ่านแอป
- เสียงสูงสุด64 dB
- ร้านในลิงก์Xiaomi (ร้านทางการ)
Xiaomi Smart Air Purifier 6 ได้ CADR สูงที่สุดในกลุ่มราคาไม่ถึงห้าพัน ร้านค้าในยุโรปลงค่าไว้ 420–443 ลบ.ม./ชม. ซึ่งพอสำหรับห้องนั่งเล่นราว 30 ตร.ม. ในช่วงฝุ่นหนัก หน้าสินค้าบน Lazada ระบุว่ามีเซ็นเซอร์ 5 ตัว ระบบฆ่าเชื้อ UVC และจอสี LCD สั่งงานผ่านแอปของ Xiaomi ได้ ข้อควรรู้คือข้อมูลที่เราหาได้ไม่ระบุเกรดของแผ่นกรองชัดเจน และค่าเสียงสูงสุด 64 dB จะได้ยินชัดเมื่อเปิดแรงสุด ถ้าจะวางในห้องนอนควรใช้โหมดอัตโนมัติหรือโหมดนอน รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ ก่อนซื้อควรเช็กว่ามีไส้กรองสำรองขายในไทยแล้วและราคาเท่าไร
- CADR สูงในราคาไม่ถึงห้าพัน
- จอสีและแอปใช้งานสะดวก
- ขายผ่านร้านทางการของ Xiaomi
- ไม่พบข้อมูลเกรด HEPA ที่ชัดเจน
- เปิดแรงสุดเสียงค่อนข้างดัง
เหมาะกับ ห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนใหญ่ที่อยากได้ CADR สูงในงบปานกลาง
4. Hitachi EP-TZ50WO เครื่องฟอกอากาศ HEPA H13 CADR 402

- CADR402 ลบ.ม./ชม.
- ขนาดห้องที่ผู้ผลิตระบุ48 ตร.ม.
- แผ่นกรองHEPA H13 และแผ่นคาร์บอนกัมมันต์
- กำลังไฟ36 วัตต์
- โหมดเทอร์โบ นอนหลับ อัตโนมัติ
- การเชื่อมต่อWi-Fi ผ่านแอป HomeDirect
- รับประกัน1 ปี (ตามร้าน HomePro)
- ร้านในลิงก์HomeProLiving
Hitachi EP-TZ50WO เป็นรุ่นที่สเปกครบในราคาไม่ถึงสี่พันบาทจากร้าน HomePro ค่า CADR 402 ลบ.ม./ชม. ใกล้เคียงรุ่นของ Xiaomi และระบุเกรดแผ่นกรองชัดเจนว่าเป็น HEPA H13 คู่กับแผ่นคาร์บอนสำหรับกลิ่น ดูดอากาศรอบตัว 360 องศา มีไฟบอกคุณภาพอากาศ 4 สี และสั่งงานผ่านแอปได้ ถ้าคิดตามปริมาตรห้อง รุ่นนี้รับห้องนั่งเล่นราว 30 ตร.ม. ได้สบายในวันที่ฝุ่นสูง โหมดนอนเสียงราว 35 dB(A) ข้อสังเกตคือหน้าเว็บร้านเขียนจำนวนระดับแรงลมไม่ตรงกัน (12 กับ 10 ระดับ) ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ในการใช้งาน แต่บอกว่าข้อมูลบางส่วนบนหน้าร้านยังไม่ละเอียด
- ระบุแผ่นกรอง HEPA H13 ชัดเจน
- CADR 402 รับห้องใหญ่ได้
- ซื้อจากร้าน HomePro
- ตัวเครื่องสูง 52 ซม. หนัก 4.1 กก. กินที่มากกว่ารุ่นเล็ก
- ข้อมูลระดับแรงลมบนหน้าร้านไม่ตรงกัน
เหมาะกับ ห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนใหญ่ 20–30 ตร.ม. ที่อยากได้ H13
5. Dyson Pure Cool TP00 พัดลมฟอกอากาศ 2 in 1

- ประเภทพัดลมทาวเวอร์ฟอกอากาศ
- แผ่นกรองHEPA ร้านค้าในยุโรประบุเกรด H13 ซีลทั้งชุด พร้อมคาร์บอนกัมมันต์
- CADRผู้ผลิตไม่ระบุในข้อมูลที่เราพบ
- อายุไส้กรองราว 12 เดือน หากเปิดวันละ 24 ชั่วโมง
- เสียงสูงสุด62 dB ตามร้านค้าปลีก
- ร้านในลิงก์Dyson (ร้านทางการ)
Dyson TP00 ต่างจากรุ่นอื่นตรงที่เป็นทั้งพัดลมและเครื่องฟอกอากาศในตัวเดียว เหมาะกับบ้านในไทยที่เปิดพัดลมเกือบทั้งปีอยู่แล้ว เครื่องดูดอากาศผ่านแผ่นกรอง HEPA และคาร์บอนก่อนเป่าออก ร้านค้าปลีกในยุโรประบุว่าแผ่นกรองเป็นเกรด H13 และซีลทั้งชุด ข้อจำกัดคือ Dyson ไม่ได้ให้ค่า CADR ไว้ จึงเทียบความแรงกับรุ่นอื่นตรง ๆ ไม่ได้ ร้านค้าในยุโรปที่ทดสอบเองระบุว่าเหมาะกับห้องราว 33 ตร.ม. ราคาสูงกว่ารุ่นอื่นในบทความหลายเท่า และ TP00 เป็นรุ่นเก่าที่ไม่มีจอและเซ็นเซอร์ ถ้าเป้าหมายหลักคือลดฝุ่นอย่างเดียว เงินจำนวนนี้ซื้อเครื่องที่ CADR สูงได้สองเครื่อง
- เป็นพัดลมและฟอกอากาศในเครื่องเดียว
- แผ่นกรองซีลทั้งชุดพร้อมคาร์บอน
- ดีไซน์ไม่มีใบพัด ทำความสะอาดง่าย
- ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการฟอก
- ไม่มีค่า CADR และไม่มีเซ็นเซอร์ในรุ่นนี้
เหมาะกับ คนที่มีงบสูงและอยากได้พัดลมที่ฟอกอากาศไปด้วย
6. Kashiwa IM-001 เครื่องฟอกอากาศราคาประหยัด สำหรับห้องเล็ก

- CADR130 ลบ.ม./ชม.
- ขนาดห้องที่ผู้ผลิตระบุ30 ตร.ม.
- แผ่นกรอง3 ชั้น เกรด H10 HEPA
- แรงลม3 ระดับ
- ตั้งเวลาปิดล่วงหน้าได้สูงสุด 8 ชั่วโมง ตัดเองเมื่อทำงานต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง
- รับประกัน1 ปี
- ร้านในลิงก์KASHIWA (ร้านแบรนด์)
ถ้างบมีไม่ถึง 1,500 บาท Kashiwa IM-001 เป็นตัวเลือกที่ขายดีและข้อมูลบนหน้าร้านค่อนข้างตรงไปตรงมา ค่า CADR 130 ลบ.ม./ชม. เหมาะกับห้องประมาณ 10 ตร.ม. ในช่วงฝุ่นสูง เช่น ห้องนอนเดี่ยวหรือโต๊ะทำงาน ไม่ใช่ 30 ตร.ม. ตามที่ร้านเขียน ข้อที่ต้องรู้คือแผ่นกรองเป็นเกรด H10 ซึ่งตามมาตรฐาน EN 1822 ดักอนุภาคได้ราว 85% ต่ำกว่า H13 อยู่มาก แต่เมื่อเปิดต่อเนื่องในห้องเล็กที่ปิดประตูหน้าต่าง ก็ยังช่วยลดฝุ่นในห้องได้ อีกจุดคือเครื่องจะปิดเองเมื่อทำงานครบ 16 ชั่วโมง ถ้าต้องการเปิดทั้งวันทั้งคืนต้องกดเปิดใหม่
- ราคาราวหนึ่งพันบาท
- ยอดขายและรีวิวสูง
- ร้านแบรนด์มีรับประกัน 1 ปี
- แผ่นกรองเกรด H10 กรองได้น้อยกว่า H13
- ปิดเองหลัง 16 ชั่วโมง เปิดทั้งวันไม่ได้ต่อเนื่อง
เหมาะกับ ห้องนอนเดี่ยวหรือห้องทำงานเล็ก งบจำกัด
วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศให้พอดีห้อง
- วัดห้องแล้วคิด CADR ที่ต้องการ สูตรคร่าว ๆ คือ พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) x ความสูงเพดาน (ม.) x 5 = CADR ที่ควรมี (ลบ.ม./ชม.) ตัวเลข 5 หมายถึงหมุนเวียนอากาศ 5 รอบต่อชั่วโมง ใกล้เคียงหลัก 2/3 ของสมาคม AHAM ที่ EPA สหรัฐฯ อ้างถึง ตัวอย่าง ห้อง 16 ตร.ม. เพดาน 2.6 ม. ควรได้ CADR ราว 200 ลบ.ม./ชม. ขึ้นไป
- อย่าดูแค่ขนาดห้องบนกล่อง ขนาดห้องที่แบรนด์ระบุมักคิดจากการหมุนเวียนอากาศ 1–2 รอบต่อชั่วโมง ซึ่งพอสำหรับวันอากาศดี แต่ไม่ทันในช่วงที่ PM2.5 ในไทยสูงเกินเกณฑ์ ถ้าเทียบหลายรุ่น ให้เทียบที่ค่า CADR เป็นหลัก
- ดูเกรดแผ่นกรอง HEPA ตามมาตรฐาน EN 1822 แผ่นกรอง H13 ดักอนุภาคขนาดที่ผ่านยากที่สุดได้อย่างน้อย 99.95% ส่วน H10–H11 อยู่ราว 85–95% ถ้าร้านเขียนแค่ “HEPA” โดยไม่บอกเกรด ให้ถือว่ายังไม่รู้ และตรวจข้อมูลจากเว็บผู้ผลิตก่อน
- เช็กราคาและการหาไส้กรองสำรอง ไส้กรองส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนราว 6–12 เดือน ขึ้นกับค่าฝุ่นและชั่วโมงใช้ ค่าไส้กรองตลอดอายุเครื่องอาจสูงกว่าค่าเครื่อง ก่อนซื้อให้ค้นรุ่นไส้กรองที่ใช้กับเครื่องนั้น ดูว่ามีขายในร้านทางการและราคาเท่าไร
- ดูเสียงในโหมดนอน ถ้าวางในห้องนอน เสียงช่วงประมาณ 20–35 dB ถือว่าเงียบ ส่วนแรงลมสูงสุดมักเกิน 50–60 dB การเลือกเครื่องที่ CADR เหลือเผื่อช่วยได้ เพราะเปิดระดับกลางก็ฟอกทันโดยเสียงไม่ดัง
- ระวังเครื่องที่ปล่อยโอโซน EPA สหรัฐฯ แนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องที่ตั้งใจผลิตโอโซน เพราะโอโซนระคายเคืองปอด ถ้าเครื่องมีระบบไอออนหรือ UV ให้ดูว่าผู้ผลิตระบุว่าโอโซนต่ำหรือปิดฟังก์ชันได้
- ซื้อจากร้านทางการหรือร้านค้าปลีกใหญ่ ใน Lazada มีหลายร้านใช้ชื่อแบรนด์ดังในชื่อสินค้า แต่เป็นสินค้าไม่มีแบรนด์ ให้ดูชื่อร้านว่าเป็นร้านทางการหรือร้านค้าปลีกที่รู้จัก และดูเงื่อนไขรับประกันในหน้าสินค้า
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่สุด
ขึ้นกับขนาดห้องและงบ ถ้าเป็นห้องนอนทั่วไป Philips AC0920 ได้ CADR 250 ในราคาราวสี่พัน ถ้าห้องใหญ่ Hitachi EP-TZ50WO ให้ CADR 402 พร้อมแผ่นกรอง H13 ถ้างบน้อย Kashiwa IM-001 ใช้ได้กับห้องเล็ก และถ้าอยากได้พัดลมในตัว Dyson TP00 ตอบโจทย์แต่ราคาสูง
CADR เท่าไรถึงพอกับห้องของเรา
ใช้สูตร พื้นที่ x ความสูงเพดาน x 5 เช่น ห้อง 20 ตร.ม. เพดาน 2.6 ม. ควรได้ราว 260 ลบ.ม./ชม. ถ้าอยากให้ฟอกเร็วขึ้นหรือเปิดระดับกลางให้เงียบ ให้เลือก CADR สูงกว่านี้
HEPA H13 จำเป็นไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่เป็นตัวชี้ที่ดี แผ่นกรอง H13 ดักอนุภาคได้อย่างน้อย 99.95% ตามมาตรฐาน EN 1822 ส่วนเครื่องที่ใช้เกรดต่ำกว่าจะต้องใช้ CADR สูงขึ้นหรือเปิดนานขึ้นเพื่อลดฝุ่นในห้องให้ได้ใกล้เคียงกัน
ควรเปิดเครื่องฟอกอากาศตลอดเวลาไหม
ช่วงที่ค่า PM2.5 สูง ควรเปิดต่อเนื่องและปิดประตูหน้าต่าง โหมดอัตโนมัติช่วยลดเสียงและไฟเมื่ออากาศดีขึ้น เครื่องส่วนใหญ่กินไฟไม่ถึง 40 วัตต์ เปิดทั้งวันค่าไฟไม่สูง
ไส้กรองต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน
ผู้ผลิตส่วนใหญ่ระบุราว 6–12 เดือน แต่ในเมืองที่ฝุ่นหนักอาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่า ให้ดูไฟเตือนบนเครื่องหรือในแอป และอย่าล้างแผ่น HEPA ด้วยน้ำถ้าคู่มือไม่ได้บอกว่าล้างได้
เครื่องฟอกอากาศช่วยเรื่องภูมิแพ้ได้ไหม
ช่วยลดฝุ่น ละอองเกสร และขนสัตว์ที่ลอยในอากาศได้ แต่ไม่ได้ดักฝุ่นที่อยู่บนที่นอนหรือพื้น ควรทำความสะอาดห้องร่วมด้วย ถ้ามีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดควรปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลตัวเอง
วิธีคัดเลือก: เราเลือกรุ่นจากยอดขายและจำนวนรีวิวบน Lazada แล้วเทียบสเปกจากเว็บไซต์ผู้ผลิตและร้านค้าปลีก ไม่ได้รับสินค้าจากแบรนด์มาทดสอบ ราคาเป็นราคาอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต ปุ่ม Shopee จะพาไปหน้าค้นหารุ่นนั้นเพื่อเทียบราคาจากหลายร้าน
ลิงก์ซื้อสินค้าในบทความเป็นลิงก์ Affiliate ถ้าซื้อผ่านลิงก์ คุ้มดีอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากร้านค้า โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยน