ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 8 รุ่น ตั้งแต่หลักร้อยถึงไฮสปีด

ไดร์เป่าผมวันนี้แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ไดร์แบบดั้งเดิม ที่ใช้ความร้อนสูงเป่าให้แห้ง และ ไดร์มอเตอร์ความเร็วสูง ที่ใช้ลมแรงด้วยความร้อนต่ำกว่า บทความนี้เทียบ 8 รุ่นขายดีจากทั้งสองกลุ่ม พร้อมสเปกที่ตรวจจากผู้ผลิต

อัปเดตราคาและข้อมูลล่าสุด 14 ตุลาคม 2026 · ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันของแต่ละร้าน

สรุปสั้น เลือกรุ่นไหนดี

ไฮสปีดคุ้มที่สุดDreame Hair Gleam

มอเตอร์ 110,000 รอบ/นาที แรงลม 65 m/s หนัก 330 กรัม ในราคาไม่ถึง 2 พัน

ราว ฿1,879ดูรายละเอียด

ไดร์ดั้งเดิมที่ดีที่สุดPanasonic EH-NE66

2000W มี Ionity และโหมดถนอมผม ปรับความร้อนกับแรงลมแยกกันได้

ราว ฿1,390ดูรายละเอียด

งบไม่เกิน 700Lesasha Maxi Air

1800W ปรับ 6 ระดับ มี Cool Shot หนักเพียง 280 กรัม

ราว ฿690ดูรายละเอียด

ระดับพรีเมียมDyson Supersonic Nural

เซ็นเซอร์ปรับความร้อนตามระยะหนังศีรษะ มีหัวเป่า 5 แบบ

ราว ฿18,900ดูรายละเอียด

ตารางเทียบไดร์เป่าผม 8 รุ่น

รุ่น กำลังไฟ มอเตอร์/แรงลม ไอออน น้ำหนัก ราคาราว
Dreame Hair Glory 1600W 110,000 rpm / 70 m/s 300 ล้าน/cm³ 345 ก. ฿2,869
Dreame Hair Gleam 1600W 110,000 rpm / 65 m/s 200 ล้าน 330 ก. ฿1,879
Panasonic EH-NE66 2000W มอเตอร์ทั่วไป Ionity – ฿1,390
Panasonic EH-ND37 1800W มอเตอร์ทั่วไป – 325 ก. ฿690
Philips BHD350 2100W มอเตอร์ทั่วไป 20 ล้าน 600 ก. ฿1,310
Xiaomi H101 1600W 15 m/s 50 ล้าน 300 ก. ฿849
Dyson Supersonic Nural 1600W Hyperdymium / 13.3 ลิตร/วินาที – 660 ก. ฿18,900
Lesasha Maxi Air 1800W มอเตอร์ทั่วไป – 280 ก. ฿690

ช่อง “–” คือผู้ผลิตไม่ได้ระบุ หรือเราหาข้อมูลยืนยันไม่ได้

1. Dreame Hair Glory ไดร์ความเร็วสูง ไอออนลบ 300 ล้าน

ไฮสปีด

ไดร์เป่าผมความเร็วสูง Dreame Hair Glory
  • กำลังไฟ1600W
  • มอเตอร์110,000 รอบ/นาที
  • แรงลม70 m/s
  • โหมดความร้อน4 โหมด รวมความร้อนคงที่ 57°C
  • แรงลม2 ระดับ
  • น้ำหนัก345 กรัม

รุ่นที่ขายดีที่สุดของ Dreame ในไทย ใช้มอเตอร์ความเร็วสูง 110,000 รอบต่อนาที ให้แรงลมถึง 70 m/s มีโหมดความร้อนคงที่ 57°C ช่วยลดความร้อนที่ผมได้รับ และโหมดสลับร้อน-เย็น ผู้ผลิตเคลมไอออนลบ 300 ล้านต่อลูกบาศก์เซนติเมตร

ข้อดี

  • ลมแรงมาก ผมแห้งเร็ว
  • มีโหมดความร้อนคงที่ 57°C
  • เบา ถือนานไม่เมื่อย
ข้อควรรู้

  • มีหัวเป่าแถมแค่ 1 หัว
  • ราคาสูงกว่ารุ่น Gleam ราว 1,000 บาท

เหมาะกับ คนผมยาวหรือผมหนาที่เป่านาน และอยากลดความร้อนที่ผมได้รับ

2. Dreame Hair Gleam ไดร์ไฮสปีดในราคาไม่ถึง 2 พัน

ไฮสปีดคุ้มสุด

ไดร์เป่าผม Dreame Hair Gleam
  • กำลังไฟ1600W
  • มอเตอร์110,000 รอบ/นาที
  • แรงลมสูงสุด65 m/s
  • ปริมาณลม55 m³/ชม.
  • โหมดลมเย็น / ร้อน / คงที่ 57°C / สลับ
  • น้ำหนัก330 กรัม

ใช้มอเตอร์ความเร็วเท่ารุ่น Glory แต่แรงลมสูงสุดต่ำกว่าเล็กน้อย (65 m/s) และไอออนลบ 200 ล้าน แลกกับราคาที่ถูกกว่าเกือบพัน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากลองไดร์ไฮสปีดครั้งแรก

ข้อดี

  • ไดร์ไฮสปีดในงบไม่ถึง 2 พัน
  • มีโหมดความร้อนคงที่
  • น้ำหนักเบา
ข้อควรรู้

  • หัวเป่ามีแค่ 1 หัว
  • ไม่พบข้อมูลระยะประกันในไทย

เหมาะกับ คนที่อยากได้ไดร์ไฮสปีดในงบจำกัด

3. Panasonic EH-NE66 ไดร์ 2000W ระบบ Ionity พับได้

ไดร์ดั้งเดิมดีสุด

ไดร์เป่าผม Panasonic EH-NE66 Ionity
  • กำลังไฟ2000W
  • ความร้อน3 ระดับ
  • แรงลม2 ระดับ
  • Cool Shotมี
  • ไอออนIonity
  • พับได้ได้

ไดร์แบบดั้งเดิมที่ฟังก์ชันครบ ปรับความร้อน 3 ระดับและแรงลม 2 ระดับแยกกันได้ มีระบบ Ionity กับโหมด Heat Protection ช่วยไม่ให้ความร้อนสูงเกิน พับด้ามเก็บได้ มีหัวรวมลมสำหรับจัดทรง

ข้อดี

  • ปรับความร้อนกับแรงลมแยกกัน
  • มีโหมดถนอมผม
  • พับเก็บได้
ข้อควรรู้

  • หนักกว่าไดร์ไฮสปีด
  • น้ำหนักเครื่องแต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกัน

เหมาะกับ คนที่อยากได้ไดร์แบรนด์ญี่ปุ่นฟังก์ชันครบในงบพันกลาง ๆ

4. Panasonic EH-ND37 ไดร์ 1800W ขนาดเล็ก พับได้

พกพาสะดวก

ไดร์เป่าผม Panasonic EH-ND37 พับได้
  • กำลังไฟ1800W
  • Cool Shotมี
  • โหมดดูแลหนังศีรษะ / ถนอมผม
  • น้ำหนัก325 กรัม (ไม่รวมหัวเป่าและสาย)
  • พับได้ได้

รุ่นเล็กของ Panasonic ที่ขายดีมาก น้ำหนักเบา พับได้ เหมาะใส่กระเป๋าเดินทาง มีปุ่มลมเย็นและโหมดดูแลหนังศีรษะ ราคาไม่ถึงพันแต่ได้แบรนด์ที่มีศูนย์บริการในไทย

ข้อดี

  • ราคาไม่ถึงพัน
  • เบาและพับได้
  • มีโหมดดูแลหนังศีรษะ
ข้อควรรู้

  • ไม่มีระบบไอออน
  • ผู้ผลิตไม่ระบุจำนวนระดับความร้อน

เหมาะกับ คนที่เดินทางบ่อย หรือผมสั้นถึงประบ่า

5. Philips BHD350 ไดร์ 2100W พลังไอออนิค หัว ThermoProtect

ร้อนแรง คุมอุณหภูมิได้

ไดร์เป่าผม Philips BHD350 2100W
  • กำลังไฟ2100W
  • ระดับ6 ระดับ (ความร้อน+ลม)
  • Cool Shotมี
  • หัวเป่าThermoProtect 57°C + หัวรวมลม
  • สายไฟ1.8 เมตร
  • รับประกัน2 ปี

กำลังไฟสูงที่สุดในกลุ่มไดร์ดั้งเดิมของรายการนี้ ผมแห้งเร็ว มีหัว ThermoProtect ที่ช่วยคุมความร้อนลมไว้ราว 57°C เวลาต้องการถนอมผม และปล่อยไอออนช่วยลดผมชี้ฟู รับประกัน 2 ปี

ข้อดี

  • ลมร้อนแรง เป่าเร็ว
  • มีหัวคุมความร้อน
  • รับประกัน 2 ปี
ข้อควรรู้

  • หนักกว่ารุ่นอื่น ราว 600 กรัม
  • ไม่ได้ระบุว่าพับได้

เหมาะกับ คนผมหนาที่ชอบไดร์ลมร้อนแรงและอยากมีหัวถนอมผมในตัว

6. Xiaomi Compact Hair Dryer H101 ไดร์พับได้ น้ำหนัก 300 กรัม

เล็กและเบา

ไดร์เป่าผม Xiaomi H101 พับได้
  • กำลังไฟ1600W
  • แรงลม15 m/s
  • อุณหภูมิร้อน ~70°C / เย็น ~35°C
  • แรงลม2 ระดับ
  • น้ำหนัก300 กรัม
  • พับได้ได้ สายไฟ 1.7 ม.

ไดร์ขนาดพกพาจากร้าน Xiaomi ทางการ น้ำหนัก 300 กรัม พับได้ ลมร้อนประมาณ 70°C ไม่ร้อนจัด มีไอออนลบ 50 ล้าน เหมาะเป็นไดร์ติดกระเป๋าหรือใช้ในหอพัก

ข้อดี

  • เบาที่สุดกลุ่มหนึ่ง
  • พับได้
  • ลมไม่ร้อนจัด
ข้อควรรู้

  • แรงลมไม่สูง ผมยาวหนาจะเป่านาน
  • ปรับได้แค่ 2 โหมด

เหมาะกับ คนผมสั้น นักศึกษา หรือใช้เป็นไดร์สำรองตอนเดินทาง

7. Dyson Supersonic Nural ไดร์พรีเมียมที่มีเซ็นเซอร์หนังศีรษะ

พรีเมียม

ไดร์เป่าผม Dyson Supersonic Nural
  • กำลังไฟ1600W
  • ปริมาณลม13.3 ลิตร/วินาที
  • ความร้อน4 ระดับ
  • แรงลม3 ระดับ
  • เซ็นเซอร์วัดระยะหนังศีรษะ / จำหัวเป่า / ตัดความร้อนเมื่อวาง
  • หัวเป่า5 แบบ + กล่องเก็บ

จุดต่างของรุ่น Nural คือเซ็นเซอร์ที่วัดระยะห่างจากหนังศีรษะแล้วลดความร้อนให้เอง จำหัวเป่าที่ใส่และค่าที่ชอบได้ และตัดความร้อนเมื่อวางเครื่องลง ในไทยมาพร้อมหัวเป่า 5 แบบสำหรับผมตรง ผมลอน และผมชี้ฟู

ข้อดี

  • เซ็นเซอร์ปรับความร้อนอัตโนมัติ
  • หัวเป่าครบ 5 แบบ
  • งานประกอบพรีเมียม
ข้อควรรู้

  • ราคาสูงที่สุดในรายการหลายเท่า
  • พับไม่ได้

เหมาะกับ คนที่ทำผมทุกวันและอยากได้เครื่องที่ช่วยปกป้องหนังศีรษะเป็นพิเศษ

8. Lesasha Maxi Air LS0663 ไดร์ 1800W ราคาไม่ถึง 700

งบประหยัด

ไดร์เป่าผม Lesasha Maxi Air 1800W
  • กำลังไฟ1800W
  • ระดับ6 ระดับ (ความร้อน+ลม)
  • Cool Shotมี
  • หัวเป่าหัวแบน 1 หัว
  • น้ำหนัก280 กรัม
  • รับประกัน1 ปี

ไดร์ขายดีอันดับต้นของ Lazada ในกลุ่มราคาหลักร้อย 1800W ปรับได้ 6 ระดับ มีปุ่มลมเย็น และเบาเพียง 280 กรัม แบรนด์ไทยที่ขายใน Watsons และ HomePro รับประกัน 1 ปี

ข้อดี

  • ราคาประหยัด
  • ปรับได้ถึง 6 ระดับ
  • เบามาก
ข้อควรรู้

  • ไม่มีระบบไอออน
  • ไม่มีโหมดคุมอุณหภูมิ

เหมาะกับ คนที่ต้องการไดร์ใช้ประจำวันในงบไม่เกิน 700

วิธีเลือกไดร์เป่าผม

  1. วัตต์ไม่ใช่ทุกอย่าง ไดร์ดั้งเดิม 1800–2100W ใช้ความร้อนเป่าให้แห้ง ส่วนไดร์ไฮสปีดใช้แค่ 1600W แต่แห้งเร็วเพราะลมแรง ให้ดูแรงลม (m/s) หรือปริมาณลมประกอบ
  2. มอเตอร์ความเร็วสูง 100,000–110,000 รอบ/นาที ให้ลมแรงด้วยความร้อนต่ำกว่า เครื่องเบา แต่ราคาสูงกว่า
  3. คุมอุณหภูมิได้ มองหาโหมดความร้อนคงที่ราว 55–57°C หรือเซ็นเซอร์ความร้อน ช่วยลดผมเสียจากความร้อน
  4. ไอออนลบ ช่วยลดไฟฟ้าสถิตและผมชี้ฟูตามที่ผู้ผลิตเคลม แต่ตัวเลขไอออนแต่ละยี่ห้อวัดคนละวิธี เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
  5. น้ำหนักและการพับ ถ้าพกเดินทาง รุ่นพับได้ หนักราว 300 กรัมสะดวกกว่า และควรดูว่าน้ำหนักที่บอกรวมหัวเป่าและสายไฟหรือไม่
เคล็ดลับ เป่าผมห่างจากหนังศีรษะประมาณ 10–15 ซม. เริ่มจากโคนผมแล้วค่อยไล่ไปปลาย และใช้ลมเย็นตอนท้ายเพื่อให้ผมเงาและอยู่ทรง

คำถามที่พบบ่อย

ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดีที่สุด

ถ้างบ 2 พัน Dreame Hair Gleam ให้ประสบการณ์ไดร์ไฮสปีดคุ้มที่สุด ถ้าชอบไดร์ดั้งเดิม Panasonic EH-NE66 ฟังก์ชันครบ ส่วนงบไม่เกิน 700 เลือก Lesasha Maxi Air หรือ Panasonic EH-ND37

ไดร์ไฮสปีดดีกว่าไดร์ธรรมดาไหม

ไดร์ไฮสปีดใช้ลมแรงแทนความร้อน ทำให้ผมแห้งเร็วโดยความร้อนต่ำกว่าและเครื่องเบากว่า แต่ราคาสูงกว่า ถ้าผมสั้นหรือเป่าไม่นาน ไดร์ธรรมดาก็เพียงพอ

ไดร์เป่าผมกี่วัตต์ดี

ไดร์ดั้งเดิมประมาณ 1800–2100W เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนไดร์ไฮสปีดราว 1600W ก็แห้งเร็วเพราะแรงลมสูง

ไอออนลบช่วยอะไร

ผู้ผลิตเคลมว่าช่วยลดไฟฟ้าสถิตและผมชี้ฟู ทำให้ผมดูเรียบขึ้น แต่ไม่ได้ซ่อมผมที่เสียแล้ว

วิธีคัดเลือก: เราเลือกรุ่นจากยอดขายและจำนวนรีวิวบน Lazada แล้วเทียบสเปกจากเว็บไซต์ผู้ผลิตและร้านค้าปลีก ไม่ได้รับสินค้าจากแบรนด์มาทดสอบ ราคาเป็นราคาอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต ปุ่ม Shopee จะพาไปหน้าค้นหารุ่นนั้นเพื่อเทียบราคาจากหลายร้าน
ลิงก์ซื้อสินค้าในบทความเป็นลิงก์ Affiliate ถ้าซื้อผ่านลิงก์ คุ้มดีอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากร้านค้า โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยน

คุ้มดี
Logo